วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

พระอาทิตย์สีน้ำเงิน (อวสาน)

ตอนที่ 8 พระอาทิตย์สีน้ำเงิน (อวสาน)
                “หากเราจะตาย ก็จะขอตายอย่างสมศักดิ์ศรี แห่งขัตติยะนารี เราจะไม่มีวันอ้อนวอนขอชีวิตเจ้า” ยโสกัลยาตรัสตอบอย่างเยือกเย็น จนทำให้ชัยวารีที่ยืนอยู่ไกลนัก อดชื่นชมในความกล้าหาญของพระนางไม่ได้
                น่าแปลกใจเป็นอย่างมากสุพรรณทับทิม ชัยอัคคี ชัยวารี และอุศมันต์ ต่างนิ่งเฉยต่อคำพูดของพระแม่ย่าทวด ในขณะที่พระแม่ย่าทวดกำลังร่ายมนต์ เมื่อที่จะจมนครายโศธรปุระจมลงไปใต้ดิน ทั้งหกคนกลับนิ่งดูอยู่เฉยๆ จนกระทั่งพระอาทิตย์สีน้ำเงินบดบังดวงอาทิตย์จนมืดมิดเต็มดวง ร่างของพระแม่ย่าก็เกิดเปลวไฟลุกท่วมตัว น่าสยดสยอง
                “เจ้าคงไม่รู้ว่าพวกข้า เกิดในวันพระอาทิตย์สีน้ำเงิน” สุพรรณทับทิมพูดด้วยน้ำเสียงแห่งชัยชนะ “ไม่จริง พวกเจ้าไม่ได้เกิดในวันพระอาทิตย์สีน้ำเงิน” นางบอกอย่างเกรี้ยวกราดก่อนที่ร่างกายจะดับสลายไป อัญมณีนิลกาฬและอัญมณีมุกดากลับคืนสู่มือเจ้าของ ด้วยความยินดีของทุกคน
                ท้องพระโรง
                “ลูกรักของข้าทั้งสาม เจ้าอยากได้อะไร ข้าจะให้ตอบแทน” พระเจ้ายโสวรมันตรัสอย่างมีเมตตา
                “ลูกอยากได้นครากฤตยาตาลัย!!” ทั้งสุพรรณทับทิม และ มณีหยาดฟ้าต่างตรัสกันเป็นเสียงเดียวกัน
                “เป็นดังที่เจ้าปรารถนา” สิ้นเสียง ก็เกิดรอยยิ้มปิติยินดีของพี่น้องทั้งสองคน
                “แล้วเจ้าล่ะ ไม่ขออะไรหน่อยหรือ” พระองค์ตรัสถามพระธิดายโสกัลยา “ลูกไม่รู้จะทูลขออะไร เอาไว้ เมื่อลูกคิดออกแล้วลูกจะบอกเพคะ”
                “พวกเจ้าสามคนล่ะ” คราวนี้พระองค์หันไปถามบุรุษทั้งสามคนบ้าง
                “เดชะบารมีกรุงพนมปกเกล้า หม่อมฉันใคร่จะทูลขอพระธิดาสุพรรณทับทิม / มณีหยาดฟ้า พระเจ้าค่ะ” สิ้นเสียงเจ้าชายอุศมันต์และชัยอัคคี ต่างเกิดเสียงฮือฮาทั่วท้องพระโรง สองพี่น้องที่ถูกกล่าวถึงก็แก้มแดงปลั่ง ไม่นึกว่าจะกล้ากันขนาดนี้
                “งานนี้กระหม่อมว่า พระองค์คงจะได้พระชามาดาสมใจแล้วพระเจ้าค่ะ” สิ้นคำทูลของพราหมณ์เฒ่าผู้ทรงเวทย์ ท้องพระโรงก็คึกครื้นอีกครั้ง
                “เอาล่ะ เอาล่ะ เรื่องนี้ข้าไม่มีสิทธิตัดสินใจ ไปถามลูกกันเอาเอง แล้วเจ้าล่ะ ชัยวารี เจ้าต้องการสิ่งใด” พระองค์หันไปตรัสถามกับชัยวารี “กระหม่อมอยากได้โฉมงามแห่งฉัตรแก้วแห่งนครายโสธรปุระพระเจ้าค่ะ” สิ้นเสียงก็เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าข้าราชบริพารกันถ้วนหน้า เป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่า พระธิดาสุพรรณทับทิม และ พระธิดามณีหยาดฟ้า ได้ทรงครอบครองเมืองกฤตยาตาลัย ส่วนเมืองยโศธรปุระนี้ ผู้ที่ครอบครองจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก พระธิดายโสกัลยา ขัตติยะนารีแห่งฉัตรแก้ว
                “เขากล้าจัง” พระนางพำพึงเบา แต่ก็ดังพอที่จะทำให้พระขนิษฐาที่ประทับองค์อยู่ข้างๆได้ยิน “พระพี่นางก็มีจิตเสน่หาเขาเหมือนกันนั่นแหละเพคะ”
                “บ้าสิ พี่เพิ่งเห็นเขาครั้งแรก” นางบอก พระปราซับสีเรื่อ
                “อย่านึกว่าน้องไม่รู้ พระพี่นางชอบเขาตั้งแต่เห็นหน้านั่นแหละ บุตรชายแห่งขุนพลกัลป์ยุรูปงามจะตายไป ใครไม่หลงรักเนี่ย ก็ไม่ใช่คนแล้วล่ะ” พูดจบ สิ่งที่ได้กลับมาก็คือฝ่าพระหัตถ์แห่งพระพี่นาง
                ยโศธรปุระกลับมาสงบร่มเย็นอีกครั้ง ราษฏรรักใคร่กลมเกลียว ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน บัดนี้ท้องฟ้าทอประกายรัศมีเจิดจ้า ต้อนรับวันใหม่ วันที่มีแต่เรื่องดีๆเข้ามา...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น