วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เทวีแห่งแดนอาถรรพ์ ตอนที่ 1 งานราตรีผ้าโบราณ

ตอนที่ 1 งานราตรีผ้าโบราณ
ปัจจุบัน
ในงานราตรีผ้าโบราณที่จัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะขอม ภายในงานทุกคนต่างแต่งชุดโบราณอย่างเต็มที่ บางคน สวมศิราภรณ์ สังวาล และพาหุรัด
คุณหญิงคะ ของคุณหญิงนี่สมัยไหนคะเนี่ย  สร้อยนั่นอีกสวยมากๆเลยคะ คุณหญิงศศิวิมลเอ่ยถามขึ้น มือจับสร้อยสีเหลืองผ่องอำไพ มือหนึ่งก็จับเนื้อผ้าที่อีกคนใส่อยู่   สมัยพระเจ้าชัยวรมันน่ะค่ะ เนี่ยของชาววังเลยนะค่ะเนี่ย คนที่เป็นเจ้าของชุดนี้ตัวจริงก็คือพระนางชัยราชเทวีค่ะ พระนางเป็นมเหสีของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 น่ะคะคำพูดของคุณหญิงกมราเรียกเสียงฮือฮาให้กับคนฟังได้เป็นอย่างดีโอ้โห ของเก่าขนาดนั้น ยังหลงเหลืออยู่หรือคะคุณหญิงศศิวิมลยังถามไม่หยุดใช่คะตระกูลของดิฉันนะคะ สืบเชื้อสายจากพระนางชัยราชเทวีค่ะ ชุดนี้ก็เลยเหมือนสืบทอดต่อๆกันมานะค่ะ
พลัน ทันใดนั้นเองก็มีเสียงนกน้อยใหญ่กู่ร้องประสานเสียงกันอย่างเกริกก้อง ราวกับจะต้อนรับการมาเยือนโรงแรมนี้ยามวิกาล ทำให้แขกทุกคนในงานต่างมองหน้ากันทันที นับเป็นเรื่องที่แปลกมากๆ นกร้อง ตอนกลางคืน  เสียงนกกู่ร้องค่อยๆหายไป เมื่อสาวสวยตาคม งามสง่าดุจนางพญาก้าวเข้ามาในงานในชุดของเจ้าหญิงขอมปล่อยผมยาวสลวยทรงศิราภรณ์อันเลอค่าสำหรับมหารานี สวมพระมหาสังวาลสีทองพาดเฉียงบ่าทั้งสองข้าง สวมกำไลที่ทำจากทองคำแท้ฉลุลวดลายตามสถาปัตยกรรมขอม ที่ต้นแขนทั้งสองข้างใส่พาหุรัดพญานาคเศียรเดียว สวมกรองศอประดับด้วยทับทิมและทับทรวงที่ตรงกลางประดับด้วยโกเมนสีเข้ม พวกนักข่าวพากันถ่ายรูปทั้งแสงและเสียงของแฟลชรัวกระจาย จนน่าแสบตาไปหมด คุณหญิงศศิวิมลรีบถลาเข้าไปหาสาวน้อยตาคมคนนี้
สวัสดีค่ะคุณหญิงศศิวิมลเธอยกมือไหว้อย่างอ่อนช้อย สวัสดีค่ะ คุณหยาดฟ้า วันนี้ชุดสวยมากเลยนะคะ คุณหญิงศศิวิมลรับไหว้พร้อมกับเอ่ยปากชม ขอบคุณค่ะเมื่อหยาดฟ้าพูดจบก็มีนักข่าวคนหนึ่งวิ่งแหวกวงเหล่าคุณหญิงเข้ามา เพื่อที่จะขอสัมภาษณ์หยาดฟ้า  คุณหยาดฟ้า เชิญทางนี้หน่อยครับ ผมขอสัมภาษณ์แปปนึง ไม่นานหรอกครับชายคนนั้นบอกโดยที่หยาดฟ้าก็ทำตามโดยดี
ทางชั้นบนของโรงแรม
พี่ต้าร์ ใครหรอครับผู้หญิงคนนั้น ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งตาคมดุจพญาเหยี่ยวแต่แววตาดูอ่อนโยนและขี้เล่น จมูกโด่ง คิ้วหนา ปากสีชมพูอิ่มตามฉบับคนที่สุขภาพดี
คุณหยาดฟ้า ธิดาเจ้ากัมระเตงอัญศรีชเยนทรวรรม  ภัทรนนท์ หรือ ต้าร์ตอบคำถามเพื่อนร่วมงานรุ่นน้อง หืม? เชื้อพระวงศ์ขอมที่เพิ่งสวรรคคไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วน่ะหรอชัยอัคคี หรือ ครุฑ ถามอย่างไม่แน่ใจ เออ นั่นแหละภัทรนนท์บอกพร้อมยกแก้วไวท์จิบนิดหน่อย ทำไม สนใจหรอชัยอัคคียิ้ม ก่อนจะจิบไวท์บ้าง ครับ สวยสวยเหมือนกินรีไม่สิเหมือนนางพญามากกว่า ภัทรนนท์ยิ้มมุมปากนิดๆก่อนจะวางแก้วไวน์ลงแล้วมุ่งหน้าไปหาผู้หญิงสวยวัยน่าจะ 30 กว่าๆแล้วแต่ยังคงความงามของความสาวไว้อยู่ ชัยอัคคียิ้มและส่ายหน้าเบาๆ พี่ต้าร์ ภายนอกดูเหมือนเงียบๆ ขี้เล่นนิดๆแต่ความจริงแล้วเจ้าชู้เป็นที่สุด
เมื่อเธอให้สัมภาษณ์เสร็จแล้วก็เดินขึ้นไปชั้นบนสุดของโรงแรมเงยหน้ามองพระจันทร์ที่สุกปลั่งเปล่งประกายบนท้องฟ้า ถ้าเป็นที่ที่เธอเคยอยู่เมื่อครั้งยังเยาว์วัย ยามราตรีที่มีเพียงจันทราคอยให้แสงสว่างถึงแม้มันจะเป็นแสงสว่างที่น้อยนิดเทียบกับสุริยันไม่ได้เลย แต่อย่างน้อยจันทราก็เยือกเย็น มีมนต์ขลัง ในขณะที่สุริยันร้อนแรงจนแทบจะเผาไหม้สิ่งต่างๆให้เป็นจุล แต่ยามนี้เธออยู่ที่นี่ ที่ที่จันทราส่องสว่างแต่ก็มิอาจเทียบเคียงแสงสีจากดวงไฟ แสงแห่งจันทราถูกแสงจากหลอดไฟกลบไปและไร้ความหมายยามค่ำคืน
คิดอะไรอยู่หรือครับเสียงนั่นทำให้หยาดฟ้ารีบหันกลับไปดูทันทีด้วยความตกใจ เป็นไปได้อย่างไง ในเมื่อเธอร่ายมนต์แล้วนี่ มนต์ที่ทำให้ใครๆไม่ต้องมายุ่งกับเธอ หรือว่า มนต์เสื่อม เป็นไปไม่ได้เธอยังไม่ตายนี่  ไม่ต้องตกใจหรอกครับ ผมเองก็อาจจะคล้ายๆกับคุณชายหนุ่มพูดต่อเมื่อเห็นหญิงสาวยังตระหนกตกใจไม่หาย เมื่อตั้งสติได้ก็พูดออกไปอย่างใจเย็นว่างั้นหรือคะชัยอัคคียิ้มแล้วส่งแก้วน้ำมะพร้าวให้ หยาดฟ้าก็รับมาและดื่มเข้าไปนิดๆพอเป็นพิธี ผมชื่อ ชัยอัคคีเป็นนักโบราณคดีครับเขาแนะนำตัวเองเมื่อเห็นหยาดฟ้าเงียบไปอีกครั้งค่ะ ดิฉันชื่อ หยาดฟ้าค่ะชัยอัคคีมองลงไปข้างล่างก็เห็นภันทรนนท์ชูแก้วไวน์ขึ้นมาให้เขาเหมือนเป็นสัญญาณบอกว่า จีบให้ติดนะเฟ้ย ชัยอัคคีเองก็รู้ความหมายเลยชูแก้วไวน์ตอบกลับไป รู้แล้วครับพี่  แล้วก็หันมามองหยาดฟ้าซึ่งตอนนี้เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ทางงานจัดขึ้นต้อนรับแขกผู้ที่ขึ้นมาข้างบนโรงแรม หยาดฟ้าเองก็เหมือนจะรู้ตัวว่ามีคนมองจึงตวัดสายตาอันคมกล้าออกไปสวยนะคะ ชุดเกราะนั่นเธอบอก เขาก็ยิ้มรับครับ เป็นชุดเกราะของขุนพลคู่ราชบัลลังก์พระบาทเจ้ากัมระเตงอัญสียโสวรมันคำพูดของเขาทำให้เธอลุกขึ้นทันทีเขาพูดถึงพระบิดาเจ้า แสดงว่าเขาต้องรู้ คุณรู้อะไรเกี่ยวกับพระองค์หรือเปล่าคะหยาดฟ้ายิงคำถามที่เธอคิดว่าเธอต้องการคำตอบมากที่สุดในเวลานี้  ชัยอัคคียิ้มก่อนจะเล่าเรื่องราวพระ เจ้ายโสวรมันทรงครองราชย์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์โดยทรงครองราชย์ที่เมืองหริหราลัย  ต่อมาพระองค์ก็ทรงย้ายนครหลวงจากเมืองหริหราลัย มาตั้งที่ปราสาทนครวัด โดยเมืองหริหราลัยทรงให้พระอนุชาของพระปิตุลาครองราชย์แทน และได้ทรงอภิเษกสมรสกับพระนางสิริรัศมีพร้อมทั้งแต่งตั้งนางเป็นอัครมเหสีพระองค์ทรงสร้างปราสาทบาแค็งเป็นศูนย์กลางพระนคร เป็นทั้งอนุสรณ์ราชาแห่งภูเขาของราชวงศ์ไศเลนทร์ และเป็นเขาพระสุเมรุที่ประทับของพระศิวะ ตามธรรมเนียมของไศวเวท เพราะว่าพวกขอมนับถือศาสนาฮินดู-พุทธ ระหว่างนั้นพระนางสิริรัศมีพระอัครมเหสีใกล้มีพระประสูติกาล ในคืนนั้นเองทรงได้กำเนิดพระธิดาฝาแฝดสองพระองค์ พระเจ้ายโสวรมันประทานนามแก่พระธิดาทั้งสองว่า สุพรรณทับทิมและมณีหยาดฟ้า
อยู่มาวันหนึ่งข้าราชบริพารและชาวพุทธจาก เมืองศิริธรรมนคร นำสำเภาพระแก้วมรกตและพระปิฏกธรรม มาเข้าปากน้ำบันทายมาศ นำพระแก้วมรกตมาถวายแด่พระยโสวรมัน พระองค์ทรงโสมนัสด้วยความปีติยินดีเป็นล้นพ้น มีบุญบารมีอย่างยิ่งที่พระแก้วมรกตลอยมาหาพระองค์ ให้ทรงคุ้มครองรักษา ตามธรรมเนียมประเพณีของราชวงศ์ไศเลนทร์นั้นก็คือ ได้สร้างพระเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ พระองค์จึงถวายวังเป็นวัดที่ประทับพระแก้วมรกต ปราสาทนั้นจึงเรียกว่า "ปราสาทนครวัด" นับตั้งแต่สมัยพระเจ้ายโสวรมัน ส่วนพระองค์ทรงไปสร้างพระนครใหม่ อยู่เหนือปราสาทพนมบาแค็ง ให้นามพระนครใหม่ว่า ยโศธรปุระ"  เมื่อชัยอัคคีพูดจบ หยาดฟ้าก็ยิงคำถามว่า แล้วไงต่อคะชัยอัคคีงงกับคำพูดของเธอ อะไรครับ นี่ก็จบแล้วล่ะครับหยาดฟ้ายิ้มน้อยก่อนส่ายหน้าเบาๆ ฉันหมายถึงว่า แล้วพระธิดาสองพระองค์เป็นอย่างไรคะเมื่อได้ฟังคำถามที่ชัดเจนอีกครั้งชัยอัคคีก็หัวเราะเบาๆ ยังไม่มีการค้นพบครับ แต่ในจารึกของพระเจ้ายโสวรมันบอกว่าพระธิดาทั้งสองพระองค์ทรงครองเมืองกฤตยาตาลัย แค่นี้ครับ ไม่ได้บอกอะไรไว้มาก หยาดฟ้ายิ้มน้อยๆก่อนจะขอตัวกลับภาพ ให้ผมไปส่งนะครับชัยอัคคีอาสาทันทีเมื่อหญิงสาวบอกจะกลับบ้าน คงไม่เหมาะสมหรอกค่ะ ฉันกลับเองดีกว่าค่ะไม่ปล่อยให้ชัยอัคคีตั้งตัวก็รีบเดินออกมาจากงานทันทีโดยไม่ล่ำลาใคร
เป็นไงวะภัทรนนท์ถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องเดินลงมาจากข้างบน สวย แต่สำเนียงคำพูดเหมือนไม่ใช่ภัทรนนท์ทำหน้างงๆ ก็เขาไม่ใช่คนไทยนี่หว่าชัยอัคคีมองหน้าภัทรนนท์ ไม่ใช่พี่ ผมหมายถึงว่าเขาสำเนียงโบราณ ภาษาไทยชัดมากเลยพี่แต่สำเนียงเป็นสำเนียงขอมโบราณ ภัทรนนท์ทำตาโต ก่อนจะหัวเราะทำนองที่ว่า คิดมากไปหรือเปล่า ก่อนจะปลีกตัวจากชัยอัคคีไปหาสาวๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น